By

admin
Pacamara Coffee Roasters เดินหน้าขยายบทบาทของแบรนด์จากคาเฟ่กาแฟสเปเชียลตี้สู่พื้นที่แห่งการดูแล สร้าง Community of Care ด้วยการกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา บริเวณทางเชื่อมระหว่างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และอาคาร สก พร้อมเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ตอกย้ำแนวทางธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างสังคมด้วยความใส่ใจ พร้อมสะท้อนแนวคิด “People Together – Living Together” ที่มุ่งยกระดับประสบการณ์กาแฟให้เป็นมากกว่าการดื่ม แต่คือพื้นที่แห่งพลังใจและความใส่ใจในทุกรายละเอียด เมื่อแพทย์, พยาบาล, บุคลากรโรงพยาบาล, นิสิตแพทย์, ญาติผู้ป่วย และผู้ใช้บริการทุกคนได้เข้ามามีช่วงเวลาที่ดีที่ Pacamara ด้วยแนวคิด “People Together – Living Together” สาขานี้จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ทั้งการตกแต่งที่โปร่ง สว่าง สะอาด ภายใต้แนวคิดการออกแบบ Calm Energy ที่มุ่งเป็นพื้นที่พักใจระหว่างวัน โดยเน้นโทนสีอบอุ่น แสงธรรมชาติ และเคาน์เตอร์ที่ให้บริการรวดเร็วแต่ยังคงคุณภาพกาแฟระดับ Pacamara ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมกันนี้ยังมีเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษอย่าง “KCMH BLEND” ซึ่งมีจำหน่ายเฉพาะสาขานี้เท่านั้น เป็นเมล็ดกาแฟเบลนด์จาก 3 แหล่งเพาะปลูกประเทศบราซิล อินโดนีเซีย และไทย มีบอดี้ที่เข้มข้น รสชาติหวานปนขมนิดๆ สไตล์ดาร์กช็อกโกแลต มีกลิ่นหอมคล้ายวอลนัทและแบล็คที ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของบุคลากรโรงพยาบาลโดยเฉพาะ ที่ชื่นชอบกาแฟคั่วเข้มบอดี้แน่นๆ ช่วยกระตุ้นให้ตื่นตัวเวลาทำงาน แต่ยังคงมีรสชาติที่ดีตามมาตรฐาน Pacamara และเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างแท้จริง Pacamara มอบ ส่วนลด 50% สำหรับเครื่องดื่ม และ 15% สำหรับเบเกอรี่และแซนด์วิช สำหรับแพทย์, พยาบาล, บุคลากรทางการแพทย์ และนิสิตแพทย์ทุกคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด CSR ที่แบรนด์ตั้งใจให้กลับคืนแก่ผู้เสียสละในการดูแลชีวิตของผู้อื่น นอกจากนี้เพื่อความสะดวกสูงสุด Pacamara ยังคงมีบริการ Pick-up สั่งล่วงหน้า...
กรี๊ดสนั่นฮอลล์! กับค่ำคืนที่ ID* ต้องจดจำทุกโมเมนต์แห่งความสุขไปอีกแสนนาน กับคอนเสิร์ตเดี่ยว “2025 B.I TOUR: The Last Parade Tour in BANGKOK” ที่ไม่ใช่เพียงแค่คอนเสิร์ต แต่คือ “พาเหรดการเฉลิมฉลองแห่งความฝันและความผูกพัน” ระหว่าง B.I และ ID ชาวไทย ที่ผู้ชมทั้งฮอลล์ต่างส่งเสียงกรี๊ดกระหึ่มในค่ำคืนที่อัดแน่นด้วยความสุข เมื่อ B.I ศิลปินหนุ่มเสน่ห์เกินต้าน ระเบิดโชว์สุดมันบนเวทีเดี่ยวครั้งยิ่งใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา การกลับมาประเทศไทยครั้งนี้ B.I จัดเต็มมอบโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ชาว ID ได้อินไปกับทุกอารมณ์ตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม ที่อัดแน่นด้วยความสุข ความสนุก และโมเมนต์น่าประทับใจแบบไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างเข้มข้น ท่าเต้นเปี่ยมพลัง ไปจนถึงเสน่ห์การเอนเตอร์เทนที่ทำให้แฟนๆ ทั้งร้อง เต้น และโยกตามทุกจังหวะ ทันทีที่ไฟดับลงฮอลล์ทั้งฮอลล์ก็สว่างไสวด้วยพลังของแฟนๆ ที่พร้อมใจกันลุกขึ้นต้อนรับด้วยการโชว์แท่งไฟ พร้อมเสียงกรี๊ดที่ผสานกับโปรดักชันอลังการบนจอยักษ์ ทำให้บรรยากาศเปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กลายเป็น “พาเหรดแห่งความฝัน” ของบีไออย่างแท้จริง ก่อนที่ B.I จะปรากฎตัวพร้อมคาริสม่าที่สะกดทุกสายตา และอุ่นเครื่องด้วยเพลง “Parade” จุดชนวนพลังของทั้งศิลปินและ ID ไทยให้ระเบิดความมันอย่างพร้อมเพรียง ตลอดครึ่งแรก B.I ทั้งขนเพลงใหม่จากอัลบั้มล่าสุด และนำเพลงฮิตเก่าๆ มารีมิกซ์ใหม่พร้อมท่าเต้นที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ตอกย้ำภาพลักษณ์ศิลปินที่มีความสามารถรอบด้าน และสามารถสร้างสรรค์โชว์ได้หลากหลายมิติ นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์ที่ทำให้ฮอลล์แทบแตก เมื่อเจ้าตัวแซวแฟนๆ ว่ากรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวงของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่นี่คือกรุงเทพมหานคร! เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นจากเหล่าแฟนๆ ไม่หยุด ช่วงแฟนโปรเจกต์ก็เรียกน้ำตาได้ไม่น้อยเมื่อ ID ไทยได้เตรียมวิดีโอการ์ตูนวาดมือที่เล่าการเดินทางตั้งแต่วัยเยาว์ของ B.I จนถึงวันที่ยืนอยู่บนเวทีนี้ ถ่ายทอดความรักและแรงสนับสนุนที่อยู่เคียงข้างมาโดยตลอด สร้างบรรยากาศอบอวลด้วยความผูกพัน จนศิลปินเองไม่อาจซ่อนความประทับใจได้ นอกเหนือจากเซ็ตลิสต์สุดมันที่พาแฟนๆ เต้นจนแทบไม่มีช่วงได้นั่งพัก B.I ยังปล่อยวลีเด็ด “ตวีจุลบี!” (เตรียมกระโดด) ที่ทำให้ทั้งฮอลล์โยกไปพร้อมกันอย่างเมามัน และยังจัดเต็มอังกอร์ด้วยเพลงเดโม่ที่ไม่เคยปล่อยที่ไหนมาก่อน รวมถึง “Feel Good” เพลงที่เจ้าตัวแต่งขึ้นในประเทศไทยเพื่อมอบให้ ID ไทยโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าเป็นของขวัญที่แฟนๆ ไม่มีวันลืม...
Viu (วิว) ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มซีรีส์เกาหลีในไทย ด้วยการต่อยอดไลฟ์สไตล์ K-Culture อันเข้มข้น ผ่านงานสุดยิ่งใหญ่ Viu Hongdae Vibes ที่จะเนรมิตลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ให้กลายเป็นย่าน ฮงแด ใจกลางกรุงเทพฯ 2 วันเต็ม ในวันที่ 30-31 สิงหาคมนี้ สาวกเกาหลีห้ามพลาด เพราะนอกจากซีรีส์แล้ว Viu (วิว) ยังขอพาเหล่าแฟนคลับไปร่วมสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีแบบจัดเต็มทั้งอาหาร แฟชั่น ดนตรี และกิจกรรมฮิตสุดเทรนดี้เสมือนบินไปโซล! โดยภายในงาน Viu Hongdae Vibes เตรียมพบกับประสบการณ์แบบเกาหลีจ๋า ที่ยกบรรยากาศของย่านฮงแดมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง! เดินทางสะดวกแค่นั่งรถไฟฟ้า BTS ก็มาถึงลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ได้ง่ายๆ และหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่แฟน K-POP ไม่ควรพลาด คือการมาเยือนของทีม Scout กว่า 10 ค่ายดังที่บินตรงมาจากเกาหลีใต้ เพื่อมาร่วมสอดส่องหาดาวรุ่งคนใหม่ของวงการ K-POP ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันบนเวทีเกาหลีระดับโลก ในโซนอาหาร Viu (วิว) ได้คัดสรรสตรีทฟู้ดร้านเด็ดมากว่า 30 ร้าน ยกทัพเมนูฮิตจากย่านฮงแด ไม่ว่าจะเป็น     ต็อกบกกี, คอร์นด็อก, ออมุก, ไก่ทอด หรือขนมโฮต็อก และอีกมากมาย ให้ทุกคนได้ลิ้มรสความฟินท่ามกลางบรรยากาศเสมือนเดินอยู่ในตลาดกลางคืนของโซล สำหรับสายบันเทิง เตรียมสนุกกับโชว์จากศิลปิน...
เอ็ม ดิสทริค โดยศูนย์การค้า เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ ร่วมกับ Mouawad (โมอาว็าด) แบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงระดับโลก จัดงานกาล่าสุดอลังการแห่งปี “EM DISTRICT LA BELLE et LE BEAU 2025 : The Grand Debut of Grace and Glamour” เปิดตัว 8 สาวและ 7 หนุ่ม รุ่นที่ 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “IVORY DREAM” ความสง่างามอันเจิดจรัสของคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมล้นด้วยความรู้ ความสามารถ และแรงบันดาลใจอันไร้ขีดจำกัด พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนความสร้างสรรค์ให้กับสังคมในยุคดิจิทัล และยังเป็นการตอกย้ำถึงบัตรสมาชิกสำหรับ GEN Z “EM STELLAR” Membership Program พริวิเลจสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ช่วงเวลาแห่งความประทับใจได้เริ่มต้นขึ้นอย่างงดงาม ด้วยโชว์เปิดตัวสุดเซอร์ไพรส์ของ 15 หนุ่มสาวรุ่นใหม่อย่างสง่างาม ภายหลังจากโชว์เปิดตัว เป็นช่วงเวลาแห่งการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการของเหล่า LA BELLE และ LE...
ในโอกาสครบรอบ 21 ปีของการดำเนินธุรกิจสายการบิน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “นกแอร์” ได้ตอกย้ำจุดยืนความเป็น “สายการบินของคนไทย” ด้วยผลงานที่เติบโตทั้งในแง่การฟื้นตัวหลังวิกฤต ความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และการขยายบริการใหม่ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลของผู้บริโภค พร้อมกางแผนยุทธศาสตร์เดินหน้าสู่การทำกำไรสุทธิอย่างยั่งยืนในอีก 3 ปีข้างหน้า จากสายการบินที่เริ่มต้นจากความมุ่งมั่นในการเชื่อมต่อเมืองไทยให้เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น วันนี้ “นกแอร์” ได้ยืนหยัดอยู่ในตลาดสายการบินที่มีการแข่งขันสูง ขนส่งผู้โดยสารไปแล้ว 70 ล้านคน พร้อมทำกำไรติดต่อกัน 2 ปีซ้อน ในปี พ.ศ. 2566 และ พ.ศ. 2567 หลังจากขาดทุนต่อเนื่องยาวนานกว่า 9 ปี โดยวาระครบรอบ 21 ปีครั้งนี้ “นกแอร์” ได้เปิดตัว 2 บริการใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับทุกการเดินทาง ได้แก่ Nok Air Inflight Entertainment (IFE) บริการด้านความบันเทิงบนเครื่องบินที่ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาสาระและความบันเทิงระหว่างการเดินทางได้ผ่านอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวของตนเอง จากการจับมือกับพาร์ทเนอร์แพลตฟอร์มดูซีรีส์ยอดนิยมอย่าง Viu (วิว) และผู้ให้บริการคอนเทนต์อื่นๆ รวมถึงเนื้อหาจากสายการบินนกแอร์เอง นอกจากนี้ยังเปิดตัวบริการ Nok Deal แพลตฟอร์มสิทธิพิเศษใหม่สำหรับสมาชิก Nok Fan Club ที่กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ เพื่อสร้าง Brand Loyalty ด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการพิเศษ, ส่วนลดบัตรโดยสารจากนกแอร์. สิทธิประโยชน์จากพันธมิตรทั่วประเทศ, บัตรคอนเสิร์ต และอีกมากมาย ที่ผู้โดยสารสามารถแลกผ่าน Nok Deal ได้โดยตรง “นกแอร์” เดินหน้าสร้างการจดจำแบรนด์ด้วยความเป็นมิตร ความใกล้ชิด และการใส่ใจในทุกความต้องการของผู้โดยสาร ด้วยภาพลักษณ์ “เพื่อนร่วมทางของคนไทย” ผ่านกิจกรรม CSR ท้องถิ่น และการกลับมาของ Nok Fan Club อย่างเต็มตัว ในอนาคต “นกแอร์” ยังเตรียมขยายฝูงบินด้วยเครื่องบินแบบ Boeing 737-800 พร้อมพิจารณาจัดหาเครื่องบินรุ่นใหม่เพื่อเสริมศักยภาพฝูงบิน ขณะเดียวกันยังยกระดับช่องทางดิจิทัล ทั้งเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการจองตั๋ว รวมถึงช่องทางการขายแบบออฟไลน์ที่ตอบรับกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศซึ่งยังคงมีสัดส่วนสูง และในอีก 3 ปีข้างหน้า “นกแอร์” ตั้งเป้ากลับสู่การสร้างกำไรสุทธิอย่างยั่งยืน รวมถึงขยายเส้นทางการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้ได้มาตรฐานระดับโลก โดยมีเป้าหมาย On-Time Performance...
ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว Viu (วิว) ผู้นำด้านบริการสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ และ TinderⓇ แอปหาคู่ที่ปฏิวัติวิธีในการพบปะและเชื่อมต่อกับผู้คนใหม่ๆ ได้ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ภายใต้แคมเปญ “#มาดูViuที่ห้องเราไหมxTinder” แคมเปญการตลาดสุดสร้างสรรค์ที่พลิกโฉมการสตรีมคอนเทนต์ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์จริง ในคอนเซ็ปต์ “แค่ดูซีรีส์ก็มีลุ้นเดท พร้อมดูซีรีส์สุดฟิน!” โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้าง Seamless Journey สะท้อนแนวคิดใหม่ของกลยุทธ์เชื่อมแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคแบบไร้รอยต่อ และพาแบรนด์ก้าวข้ามจากการเข้าถึงผู้บริโภคสู่การเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง พร้อมปล่อย Billboard ยึดจุดแลนด์มาร์คทั่วเมือง จุดแข็งที่สำคัญของแคมเปญนี้คือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมผู้ใช้ทั้งสองแพลทฟอร์มที่แสดงถึงความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างกลุ่มผู้ใช้ Viu (วิว) และ Tinder โดยเฉพาะในด้านไลฟ์สไตล์และการเปิดใจสำรวจสิ่งใหม่ ซึ่งทั้งสองแพลทฟอร์มดึงดูดผู้ใช้ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นทุกเพศและช่วงอายุ โดยเฉพาะ Gen Z และ First Jobber  โดยผู้ใช้มีความสนใจในสตรีมมิ่งอย่างชัดเจน มีการระบุ “สตรีมมิ่ง” ในโปรไฟล์ Tinder เพิ่มขึ้นเกือบ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นมีความชื่นชอบ “หนังแอ็คชั่น” เพิ่มขึ้น 4,775% และระบุ “K Drama” เพิ่มขึ้น 45%* โดยตั้งแต่วันที่ 15–31 กรกฎาคม 2568 ผู้ใช้งาน Viu Premium ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนเพื่อรับ Tinder Gold...
เหล่านักสะสมนาฬิกาเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อ มิโด (MIDO) เผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดจากคอลเลกชั่นระดับตำนานอย่าง โอเชียน สตาร์ (Ocean Star) กับรุ่น โอเชียน สตาร์ เวิลด์ไทม์เมอร์ (Ocean Star Worldtimer) ที่มาในสไตล์เรโทรสุดเท่ โดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดลายตารางหมากรุกสีดำสลับแดง และนาฬิกาเรือนนี้ยังคงเอกลักษณ์ของ โอเชียน สตาร์ (Ocean Star) อย่างครบถ้วน ด้วยประสิทธิภาพการกันน้ำลึก พร้อมฟังก์ชันแสดงเวลาโลก ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกการเดินทางรอบโลกอย่างแท้จริง เป็นอีกหนึ่งเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งการผจญภัย และควรค่าแก่การครอบครองสำหรับนักสะสม มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน คอลเลกชั่น โอเชียน สตาร์ (Ocean Star) สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกากันน้ำของ มิโด (MIDO) ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และยิ่งตอกย้ำความสำเร็จผ่านดีไซน์ใหม่ล่าสุดอย่าง โอเชียน สตาร์ เวิลด์ไทม์เมอร์ (Ocean Star Worldtimer) ที่ไม่เพียงคงไว้ซึ่งคุณสมบัติกันน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังมาพร้อมฟังก์ชันแสดงเวลาโลก ครอบคลุมเมืองสำคัญในโซนเวลา GMT ซึ่งเรือนเวลาโฉมใหม่นี้มาในสายหนังสีดำสไตล์ Bund เพื่อรำลึกถึงกลิ่นอายแห่งตำนานของนักบินในยุคก่อน และสายเรียบสีดำเดินด้ายแดง...
ท่ามกลางความตื่นเต้นของการแข่งขันจักรยานระดับโลกอย่างตูร์เดอฟร็องส์ (Tour de France) ที่ปีนี้ ทิสโซต์ (Tissot) ได้ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด ด้วยการร่วมเป็นผู้กำหนดจังหวะแห่งชัยชนะในรายการแข่งชื่อดัง พร้อมเฉลิมฉลองให้การแข่งขันด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่นสเปเชียลเอดิชันอย่าง พีอาร์ 100 ตูร์เดอฟร็องส์ (PR100 Tour de France) รวมถึงคอลเลกชั่น ที-ทัช คอนเนค สปอร์ต (T-Touch Connect Sport) ที่ยกระดับการฝึกซ้อมให้แม่นยำยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ใหม่ Live Cycling Activity ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่ความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด สำหรับสุนทรียภาพแห่งการแข่งขันที่ถูกถ่ายทอดผ่านเรือนเวลารุ่นสเปเชียลเอดิชันของพีอาร์ 100 (PR 100) ได้มาพร้อมกับรายละเอียดที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของกีฬา ความเร็ว ความแม่นยำ และความมุ่งมั่น ได้อย่างน่าสนใจ โดย พีอาร์ 100 ตูร์เดอฟร็องส์ (PR100 Tour de France) เป็นนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นถนนในสนามแข่ง หรือแอสฟัลต์ที่นักปั่นต้องฝ่าฟัน โดยใช้พื้นหน้าปัดสีดำลายพิเศษที่มีมิติคล้ายพื้นถนนจริง สื่อถึงเส้นทางอันท้าทายของการแข่งขัน ซึ่ง พีอาร์ 100 ตูร์เดอฟร็องส์ (PR100 Tour de France) ตกแต่งด้วยเข็มวินาทีรูปจักรยานสีเหลือง สีสัญลักษณ์ประจำการแข่งขันที่สดใสให้ความรู้สึกถึงพลังและความเร็ว โดยเข็มวินาทีถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายโครงจักรยาน เป็นดีเทลเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความหมาย ขณะที่เข็มโครโนกราฟก็เลือกใช้โทนสีที่แมทช์กันเพิ่มความกลมกลืน โดยตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีล 316L ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนทานต่อรอยขีดข่วน และการใช้งานในชีวิตประจำวัน เสริมด้วยฝาหลังสลักโลโก้ของแต่ละการแข่งขัน ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองและความภูมิใจในเส้นทางของนักกีฬา...
เมื่อความลักซ์ชัวรีจากเยอรมันโคจรโคจรมาพบกับกับเสน่ห์ความน่ารักของไอคอนคาแรกเตอร์ไทย จึงเกิดเป็นนิยามบทใหม่ของโลกแฟชั่น ภายใต้แนวความคิด “Global Brand with Local Soul” กับการเปิดตัวคอลเลกชั่นสุดพิเศษ “MCM × Butterbear” Thailand Limited Edition ผลงานที่รังสรรค์ขึ้นจากการผสานจินตนาการ ความสนุกสนาน และดีไซน์เหนือระดับ ถ่ายทอดสู่ไอเทมที่สะท้อนนิยามของความหรูหราแบบขี้เล่น (Playful Luxury) โดยหยิบซิกเนเจอร์ของทั้งสองแบรนด์มาใช้เป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยภายในงานยังมี น้องเนย (Butterbear), เบ็คกี้-รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง และแจ๊คกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านคอลเลกชั่น MCM x Butterbear สลิล สุญาณเศรษฐกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีพี แกลม กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเปิดตัวคอลเลกชั่นนี้ว่า “สำหรับ MCM การร่วมมือกับ Butterbear ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความร่วมมือทางแฟชั่น แต่เป็นการหลอมรวมระหว่างความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรมที่แตกต่างให้กลายเป็นสิ่งใหม่ที่น่าตื่นเต้น เราเห็นว่า ‘น้องเนย’ ไม่ได้เป็นเพียงคาแรกเตอร์จากไทย แต่คือสัญลักษณ์ของความอบอุ่น อ่อนโยน และมีพลังในการสื่อสารที่เข้าถึงใจคนทุกวัย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ MCM ที่สนับสนุนการแสดงออกอย่างอิสระและไร้กรอบ และเราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเปิดพื้นที่ให้แบรนด์ไทยได้เฉิดฉายบนเวทีแฟชั่นระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับ Soft Power ของไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับสากล”               สำหรับคอลเลกชั่น MCM x Butterbear ได้นำเสนอการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเอกลักษณ์ลวดลายวิเซโต้โมโนแกรม (Visetos Monogram) ซิกเนเจอร์ของ MCM กับความน่ารักและความเป็นมิตรของคาแรกเตอร์ น้องเนย จาก Butterbear ซึ่งมีไอเทมเด่นเป็นกระเป๋า Toni Top Zip Shopper สีน้ำตาลที่มาใน 2 ไซซ์ ได้แก่ ไซซ์มินิ (Mini) และไซซ์เล็ก (Small) เหมาะสำหรับให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้หยิบไปเติมเต็มลุคได้ในหลากหลายโอกาส รวมถึงเสื้อยืดพิมพ์ลวดลายคาแรกเตอร์ MCM x Butterbear ไอเทมยูนิเซ็กส์ที่มาในโทนสีขาวและสีดำบนเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ทั้งกับกระโปรงหรือกางเกง...
เมื่อความงดงามเหนือกาลเวลาบทใหม่ถูกถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าสตรีหรู ที่นับเป็นครั้งแรกของการทำงานร่วมกันของ ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ คานิท (CANITT) และนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ที่มาร่วมออกแบบคอลเลกชั่นสุดพิเศษ CANITT x KIMBERLEY ในฐานะ Creative Muse ในคอลเลกชั่น ที่ชื่อว่า อะ เซ้นส์ ออฟ วีนัส (A Sense of Venus) นำเสนอแรงบันดาลใจจาก ‘เทพีวีนัส’ ตัวแทนแห่งความรักและความงดงามในตำนานเทพปกรณัมกรีก ที่หล่อหลอมงานดีไซน์อันงดงามเหนือกาลเวลาเข้ากับงานตัดเย็บอันประณีต และแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย เพื่อดึงเอาจุดเด่น และเอกลักษณ์ของรูปร่างผู้หญิงออกมาได้อย่างมีระดับ               โดยในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ อภินรา-พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, พิมพ์เลิศ-จารุจิต ใบหยก, พิชชา ธนาลงกรณ์, ปาวา นาคาศัย, แม้นวาด นาครทรรพ, เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ และอีกมากมาย               รวมถึงเหล่านักแสดงชื่อดัง อาทิ หมาก-ปริญ สุภารัตน์, ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์, มารีน่า-ศดานันท์ บาเล็นซิเอก้า, มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, แพทริเซีย-ธัญชนก กู๊ด, วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์, แยม-มทิรา ตันติประสุต, เดียร์น่า ฟลีโป, สู่ขวัญ บูลกุล และอีกมากมาย คานิท (CANITT) แบรนด์แฟชั่นสตรีหรูภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘แดซลิ่ง’ (Dazzling), ‘โซฟิสติเคท’ (Sophisticate) และ ‘เออเบิร์น เฟมินีน’ (Urban Feminine) สามคำที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี กับการนำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ คานิท (CANITT) จึงเป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัย...
1 2 3 4 16

About Us


We are a company which offers a full service of communication, established by a young blood team with considerably high experience.

More About Us

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Popular Post

“มิโด” (MIDO) เผยนิยามใหม่ของเรือนเวลาในคอลเลกชั่น “Multifort TV Chronograph” ผสานความเรียบหรูเข้ากับจิตวิญญาณนักผจญภัยได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยฟังก์ชันจับเวลาอันแม่นยำตอบโจทย์ในทุกจังหวะของชีวิต
December 12, 2025
Bric’s
November 6, 2018
Milin ฉลองยิ่งใหญ่ครบรอบ 5 ปี แห่งความสำเร็จ
November 7, 2018
Sava Dining Speak less, eat more
February 10, 2019
The Raw Bar at Central Festival Eastville
February 10, 2019
ธเนศ จิระเสวกดิลก, นายแพทย์ อมรดิษฐ์ พานศิลป์, บุษกร วงศ์พัวพันธ์, พัฒนพงศ์ รานุรักษ์
Dii Wellness Skin Care เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
May 7, 2019

My New Stories