By

admin
ในวันที่ชีวิตเมืองเดินเร็วขึ้น “ช่วงเวลาอาบน้ำ” อาจเป็นช่วงเวลาสั้นที่สุดที่เราได้หยุดเพื่อดูแลตัวเอง THANN จึงตั้งใจยกระดับกิจวัตรธรรมดาให้กลายเป็น “สกินแคร์สเต็ปแรก” ที่มอบมากกว่าความสะอาด แต่พาไปสู่ผิวที่สมดุล ชุ่มชื้น และนุ่มสบายหลังอาบ แนวคิดนี้ถูกเปิดประสบการณ์อย่างเป็นทางการ ณ THANN Flagship Store ใหม่ล่าสุดย่าน “ทรงวาด” พื้นที่ที่เชื่อมเสน่ห์ย่านเก่าเข้ากับความร่วมสมัย และสะท้อนพลังของย่านที่เติบโตจาก ความหวัง ของการเริ่มต้น จาก ความเพียร ของการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ และต่อยอดเป็น ความเจริญ ของชุมชนที่ยังมีชีวิตชีวาในวันนี้ “ทรงวาด”: ย่านแห่งความหวัง ความเพียร และความเจริญของชุมชน การเปิด THANN Flagship Store ย่านทรงวาด สะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ในการเป็นส่วนหนึ่งของย่านที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เติบโตจากความหวังของผู้คนในวันแรกของการเริ่มต้น จากความเพียรที่ค่อย ๆ หล่อหลอมวิถีการค้าและชีวิต และต่อยอดสู่ความเจริญของชุมชนที่ยังคงมีชีวิตชีวาในปัจจุบัน พื้นที่ของร้านถูกออกแบบให้เชื่อม “ความคลาสสิกของย่านเก่า” เข้ากับ “ความร่วมสมัยของ THANN” ผ่านบรรยากาศที่เรียบหรู อบอุ่น และชวนให้หยุดพัก เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองเท็กซ์เจอร์ เรียนรู้เทคโนโลยี และค้นหากลิ่นอโรมาเธอราพีที่เหมาะกับตัวเอง เสมือนการค้นพบ Ritual ประจำวัน ที่ช่วยให้เรากลับมารู้สึกดีกับผิวและกับตัวเองอีกครั้ง ‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณเข้ากับเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia ปัจจุบันมีจำหน่ายกว่า 85 สาขาใน 16 ประเทศ รวมถึงสปาอีก 19 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป จัดงานเปิดตัวนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การอาบน้ำด้วย “MICELLAR Technology” ที่มีในกลุ่มผลิตภัณฑ์ THANN Aromatherapy Shower Gel เพื่อผิวนุ่มชุ่มชื้นได้อย่างอ่อนโยน...
ในวันที่การดูแลผิวไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของความชุ่มชื้น แต่คือการมอบช่วงเวลาแห่งการปรนนิบัติให้ตัวเองอย่างละเมียดละไม กลิ่นหอมจึงกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเติมเต็มอารมณ์และความรู้สึกในแต่ละวัน ล่าสุด JOURNAL แบรนด์น้ำหอมและเครื่องหอมสัญชาติไทยที่สร้างชื่อจากกลิ่นหอมอันมีเอกลักษณ์ ได้จัดงาน JOURNAL A Love Journey เพื่อเปิดตัวบอดี้ออยล์คอลเลกชั่นใหม่ที่ชื่อว่า A Love Journey Collection ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์ Celebrate Every Chapter of Love เฉลิมฉลองทุกบทของความรัก ผ่านบอดี้ออยล์ 3 กลิ่นที่ร้อยเรียงเรื่องราวของหัวใจเอาไว้อย่างงดงาม ภายในงานได้รับเกียรติจากพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์บอดี้ออยล์ชื่อดัง พีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มาร่วมถ่ายทอดเคล็ดลับความหอมและเสน่ห์ของการดูแลผิว พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ อาทิ สาริศา ล่ำซำ, สิริน ศรีอรทัยกุล, อภินรา-พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, พัทธมน เตชะณรงค์, มธุนาฏ ซอโสตถิกุล, ชญาภา จูตระกูล และอีกมากมาย มาร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งกลิ่นหอมในครั้งนี้               JOURNAL Body Oil คือออยล์บำรุงผิวที่โดดเด่นด้วยเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นล้ำลึก เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง พร้อมเผยผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส และดูมีสุขภาพดี ด้วยการผสานคุณค่าจากน้ำมันสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด อาทิ น้ำมันเมล็ดองุ่น (Grape Seed Oil), น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน (Sunflower Oil),  น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil), น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) และน้ำมันสวีทอัลมอนด์ (Sweet Almond Oil) ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ฟื้นบำรุงผิว และปกป้องผิวจากความแห้งกร้านในทุกวัน               สำหรับ A Love Journey Collection ถูกออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า ทุกความรัก...
บ้านที่ดีไม่ได้มีเพียงแค่องค์ประกอบของเฟอร์นิเจอร์ที่สวย หากแต่ต้องเป็นการออกแบบพื้นที่ที่เข้าใจจังหวะชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกวัน ตั้งแต่มิติของแสงที่ตกกระทบ โทนสีของห้อง ไปจนถึงรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ที่จัดเตรียมมาเป็นอย่างดีเพื่อทำให้ทุกการใช้งานเต็มไปด้วยความสะดวกสบายและเป็นธรรมชาติ นี่คือแนวคิด Complete Living Experience ที่แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และออกแบบตกแต่งภายในระดับลักชัวรีสัญชาติไทย อดัม (ADAM) นำมาตีความอีกครั้ง ผ่านการเปิดตัว ADAM Flagship Store โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ณ Crystal Design Center (CDC) ชั้น 1 และชั้น 2 ซึ่งไม่ใช่เพียงโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น แต่คือพื้นที่ที่ถ่ายทอดคอนเซ็ปต์ A New Chapter of Complete Living Experience และมุมมองใหม่ของการอยู่อาศัยระดับลักชัวรีที่ผสานทั้งงานออกแบบภายในและเฟอร์นิเจอร์เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยในงานยังได้รับเกียรติจากแบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่ม อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความประทับใจที่มีต่อแบรนด์ รวมถึงเหล่าเซเลบริตี้ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ พิมพิศา จิราธิวัฒน์ พรประภา, อภินรา ศรีกาญจนา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, ขนิษฐา ดรุณเนตร, ปรีดากร เมธเกรียงชัย และ กนต์ธร ศิริตันติกร อดัม (ADAM) คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบตกแต่งภายในระดับลักชัวรีสัญชาติไทย ก่อตั้งโดย ภัทรกร ตั้งจิตการุญ ที่โดดเด่นด้วยการผสานงานออกแบบสไตล์ Timeless Modern เข้ากับ Mastery Craftsmanship หรืองานฝีมือชั้นสูงที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด หัวใจของแบรนด์อยู่ที่ความพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่สัดส่วน โครงสร้าง ไปจนถึงการเก็บงานในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้ทุกชิ้นงานไม่เพียงสวยงามและแข็งแรง แต่ยังใช้งานได้จริง และสามารถสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ ADAM Flagship Store เป็นพื้นที่ที่ได้รับการออกแบบขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่านบรรยากาศที่เรียบหรู บนพื้นที่ขนาดกว่า 600 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งสองชั้นของ Crystal...
สัมผัสโฉมใหม่ของเรือนเวลาพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อ ทิสโซต์ (Tissot) เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมเรือนเวลาคุณภาพสูง ผ่านการเปิดตัว พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) โฉมใหม่ล่าสุดประจำปี 2026 จากคอลเลกชั่น พีอาร์ซี 100 (PRC 100) ที่เคยเปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางทศวรรษ 2000 และเป็นที่จดจำจากดีไซน์อันแข็งแกร่งและเปี่ยมเอกลักษณ์ โดยการกลับมาในครั้งนี้คือการปรับโฉมดีไซน์ภายนอกให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวขนาดใหม่ 34 มม. ผ่านเรือนเวลา 5 รุ่น ที่ยังคงถ่ายทอดภาพลักษณ์ของนาฬิกาดีไซน์เรียบเท่ในมุมมองโมเดิร์น ตอบโจทย์ทั้งสไตล์และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่มีความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด โดย พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) เป็นนาฬิกาที่ขับเคลื่อนด้วย Lightmaster Solar Quartz เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ของทิสโซต์ที่สามารถแปลงพลังงานจากทั้งแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์ให้กลายเป็นพลังงานขับเคลื่อน ผ่านการรับแสงด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ ก่อนส่งต่อสู่แผงโซลาร์เซลล์โครงสร้างระดับจุลภาคในรูปแบบรังผึ้งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรือน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับพลังงานโดยไม่กระทบต่อความสวยงามของหน้าปัด จากนั้ันพลังงานที่ได้จะถูกถ่ายทอดผ่านตัวเชื่อมต่อแบบ Zebra ไปยังกลไก F06.615 Quartz Swiss Made ที่ขึ้นชื่อด้านความแม่นยำ ก่อนถูกกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้นานสูงสุดถึง 14 เดือนในที่มืดสนิท และเพียงรับแสง 10 นาที ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนถึงแนวคิดของเรือนเวลาที่ถูกออกแบบมาเพื่อความแม่นยำ (Precise) ความทนทาน (Robust) และความคลาสสิกเหนือกาลเวลา (Classic) อย่างแท้จริง               สำหรับ พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) ขนาดใหม่ 34 มม. ที่เหมาะสำหรับขนาดข้อมือของผู้หญิง หรือผู้ที่มีขนาดข้อมือเล็ก โดยถูกออกแบบโฉมใหม่มา 5 รุ่นด้วยกัน ที่ยังคงเอกลักษณ์ของกรอบหน้าปัดทรงสิบสองเหลี่ยมอันโดดเด่นบนตัวเรือนสแตนเลสสตีล  เริ่มตั้งแต่รุ่นตัวเรือนสองสีสแตนเลสสตีลจับคู่โรสโกลด์พร้อมหน้าปัดสีขาวมุก, รุ่นตัวเรือนสีเยลโลโกลด์ทั้งเรือนและหน้าปัดสีเดียวกันที่โดดเด่นด้วยความหรูหรา, รุ่นตัวเรือนสองสีสแตนเลสสตีลจับคู่เยลโลโกลด์กับหน้าปัดสีเงิน ไปจนถึงรุ่นตัวเรือนสแตนเลสสตีลทั้งเรือนพร้อมหน้าปัดสีเทา และรุ่นหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูในตัวเรือนสแตนเลสสตีลที่ให้ลุคสดใสและร่วมสมัย นอกจากนี้ขนาด 39 มม. ก็มีการเปิดตัวโฉมใหม่เช่นกัน โดยมาพร้อม 2 ดีไซน์ ได้แก่ รุ่นหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูในตัวเรือนสแตนเลสสตีล...
เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ขอเชิญทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุขใจกลางย่านราชประสงค์กับแคมเปญ The Enchanting Winter Garden : Step into the Garden of Delights & Celebrate the Flourish Happiness  ระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 ที่เกษรวิลเลจตั้งใจรังสรรค์บรรยากาศของสวนสไตล์ยูโรเปียนคลาสสิคทั่วทั้ง 3 อาคาร พร้อมทั้งประสบการณ์แห่งความสุขมากมายส่งท้ายปี โดยปีนี้เกษรวิลเลจได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของการจัดสวนในรูปแบบตะวันตกที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันวิจิตรตระการตา ผสมผสานเข้ากับเรื่องราวของเหล่าภูติ(GNOME) ตัวละครในเทพนิยายที่ทำหน้าที่คุ้มครองและดูแลสวนให้งอกงาม เกิดเป็นสวนแห่งจินตนาการที่เปล่งประกายด้วยแสงไฟและการตกแต่งสุดคลาสสิค ตั้งแต่เกษรอัมรินทร์ เกษรเซ็นเตอร์ จนถึงเกษรทาวเวอร์  พร้อมทั้งเหล่าภูติที่จะมาร่วมร่ายมนต์แห่งการเฉลิมฉลองทั่วทั้งวิลเลจในปีนี้ ภายใน The Enchanting Winter Garden ของเกษรวิลเลจประกอบไปด้วยสวนแห่งความสุขในธีมต่างๆ ได้แก่ The Garden of Joy ที่ Forum ชั้น G เกษรอัมรินทร์ Christmas Market ที่เต็มไปด้วยร้านของขวัญ ของตกแต่ง อาหารและเครื่องดื่มมากมายให้เลือกสรร ท่ามกลางบรรยากาศสวนสไตล์ยูโรเปียนคลาสสิคและแสงไฟระยิบระยับ พร้อมกับไฮไลท์สุดพิเศษประจำปีนี้ “The Blessing Chamber” Digital Art Experience ในบ้านของเหล่าภูติใต้ต้นคริสมาสต์ รวมไปถึง D.I.Y. Art & Craft Workshops ที่ให้คุณออกแบบของขวัญสุดพิเศษในแบบของคุณเอง The Glowing Garden ที่ ชั้น 2 เกษรเซ็นเตอร์ สวนแห่งความเปล่งประกาย ที่รวบรวมของขวัญและสินค้าจากแบรนด์ Beauty และ Wellness ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์...
ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการรับชมคอนเทนต์ เมื่อ Viu (วิว) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำระดับภูมิภาคภายใต้ PCCW ประกาศเปิดตัว Viu Shorts ละครสั้นแนวตั้งรูปแบบใหม่บนแอปพลิเคชันสำหรับมือถืออย่างเป็นทางการ  พร้อมนำเสนอคอนเทนต์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การรับชมซีรีส์และภาพยนตร์ซึ่งเป็นจุดแข็งของ Viu (วิว) พร้อมมอบทางเลือกด้านความบันเทิงที่หลากหลายและพรีเมียมมากยิ่งขึ้นให้กับผู้ชม และตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์ Mobile-first ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบคอนเทนต์สั้น ดูได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพพรีเมียมที่เป็นเอกลักษณ์ Viu (วิว) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยุทธศาสตร์ Mobile-first เปิดตัว Viu Shorts ปฏิวัติประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ On-the-go อย่างลงตัว ด้วยคลังไมโครดราม่าระดับพรีเมียมหลากภาษาและหลายแนว (Multi-lingual & Multi-genre) รวบรวมคอนเทนต์คุณภาพจากทั่วเอเชีย ทั้งไทย จีน เกาหลี และอินโดนีเซีย ครบครันทุกอรรถรสทั้งแนวโรแมนติก ระทึกขวัญ วาไรตี้ และแฟนตาซี พร้อมคำบรรยายภาษาท้องถิ่นที่เข้าถึงทุกความบันเทิง โดดเด่นด้วยนวัตกรรมการรับชมแนวตั้งที่ออกแบบมาเพื่อสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ (Optimised for Mobile) และยังสามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน Viu (วิว) ได้อย่างลงตัว (Seamless Integration) ผ่านแถบฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ใช้สลับชมระหว่างคอนเทนต์ตอนสั้นและซีรีส์ฟอร์มยักษ์ได้เพียงปลายนิ้ว ภายใต้โมเดลการให้บริการแบบ Freemium ที่ยืดหยุ่น พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยเครือข่ายพันธมิตรผู้ผลิตชั้นนำระดับสากล (Diverse Content Partnerships) อาทิ Rising Joy, KT Studiogenie, China Huace, 1001 Frames และ Youhug Media เพื่อส่งมอบคอนเทนต์ที่สดใหม่และเปี่ยมด้วยคุณภาพสู่สายตาผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ความบันเทิงระดับโลกได้แล้ววันนี้บนแอปพลิเคชัน Viu (วิว) ทั้งใน Apple App Store และ Google Play Store สำหรับตัวอย่างเรื่องเด่นที่พร้อมให้รับชมตั้งแต่วันเปิดตัว อาทิ Pear Perfect ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวผู้เข้มแข็ง หลังจากโศกนาฏกรรมครอบครัวที่พรากทุกสิ่งไปจากชีวิต เสิ่น ชิงลี่ (Shen Qingli) เธอตกอยู่ในภาวะล้มละลายและต้องดิ้นรนเอาตัวรอด จนได้บังเอิญพบกับ กู้...
พบกับอีกขั้นของการออกแบบเรือนเวลา เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) ส่งท้ายปีด้วยเรือนเวลาอันทรงคุณค่าผ่านคอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) สีใหม่ที่สะท้อนพลังความแม่นยำทางเทคนิคได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมดีไซน์ทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์  โดดเด่นด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD  สีโรสโกลด์ที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู จับคู่กับหน้าปัดสีดำด้านและสายยางที่เสริมความสปอร์ตแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน สำหรับ มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์ (Multifort 8 Two Crowns) เฉดใหม่นี้ เป็นเรือนเวลาที่ผสานความงามและความแม่นยำไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยหน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร  ที่สะกดทุกสายตาด้วยกรอบตัวเรือนเรขาคณิตทรงแปดเหลี่ยมในโทนสีโรสโกลด์ตัดกับพื้นหน้าปัดสีดำด้าน ตกแต่งด้วยลวดลายเส้นแนวนอน เสริมความแข็งแแกร่งด้วยตัวเรือนที่ทำจากสแตนเลสสตีลขัดซาตินและขัดเงา พร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ที่ช่วยเพิ่มความเปล่งประกายอย่างมีระดับ และครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่เคลือบสารกันการสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอกเพื่อความคมชัดในการอ่านค่า มาพร้อมขอบด้านในแบบหมุนได้ที่เกิดจากการทำงานของเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ซึ่งถูกออกแบบมาเฉพาะเป็นทรงแปดเหลี่ยมเคลือบด้วย PVD สีโรสโกลด์เข้ากันอย่างลงตัวกับตัวเรือน โดยเม็ดมะยมถูกติดตั้งไว้ 2 ตำแหน่ง ที่บริเวณตำแหน่ง 2 นาฬิกา ใช้ตั้งขอบหน้าปัดด้านในที่หมุนได้สำหรับใช้นับเวลาถอยหลัง และตำแหน่ง 4 นาฬิกา สำหรับตั้งเวลาและขึ้นลาน โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีที่ใช้เทคนิคการขัดซาตินบริเวณร่องตรงกลาง ช่วยเพิ่มมิติให้กับหน้าปัดและอ่านค่าได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) สีขาว เพื่อการอ่านค่าเวลาที่สมบูรณ์แบบทั้งกลางวันและกลางคืน ควบคู่ไปกับเข็มวินาทีที่ถูกเจียระไนพร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ โดยมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่ (Date) บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา...
Viu (วิว) ผู้นำด้านบริการสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ที่ครองใจผู้ชมด้วยคอนเทนต์คุณภาพ และเป็นผู้นำด้านการสร้างประสบการณ์ความบันเทิงที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ด้วยการเปิดตัวแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ส่งท้ายปี เพื่อโปรโมทซีรีส์ Viu Original “Taxi Driver 3 แท็กซี่จ้างแค้น 3” ซีรีส์กระแสแรงที่ผู้ชมทั่วภูมิภาคตั้งตารอมากที่สุด เพื่อให้การกลับมาของ “Taxi Driver 3” สะท้อนพลังซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่างแท้จริง Viu (วิว) จึงวางกลยุทธ์การสื่อสารแบบ 360 องศา ตั้งแต่ช่วงก่อนออนแอร์ โดยทยอยปล่อยโปสเตอร์ ทีเซอร์ เทรลเลอร์ และคอนเทนต์ธีมล้างแค้นบนโลกโซเชียล รวมถึงการทำคอนเทนต์โปรโมทร่วมกับ Influencer มากมาย โดยหนึ่งในไอเดียที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือแคมเปญรับสมัครคนขับแท็กซี่สายฮาร์ดคอร์บนโซเชียลของ Viu (วิว) ที่ตั้งใจดึงอินไซต์คนเมือง ผูกเข้ากับคอนเซ็ปต์ของซีรีส์ และนำเสนอในรูปแบบไวรัลที่ทั้งชวนสงสัยและเรียกเสียงฮือฮา ก่อนจะขยับเข้าสู่เฟสสำคัญของการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเสมือนฉากของซีรีส์ ด้วยแคมเปญยักษ์ “Announcement of Revenge” ในเฟสดังกล่าว Viu (วิว) ได้ยกระดับประสบการณ์โดยนำขบวน Taxi Troop ออกวิ่งทั่วกรุงฯ พร้อมการออกแบบลวดลายแท็กซี่แบบพิเศษที่ดึงกลิ่นอายความแค้นจากในเรื่องมายังโลกจริง ต่อยอดด้วยการ Wrap แท็กซี่จำนวน 30 คันทั่วเมือง ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 และดำเนินต่อเนื่องถึงเดือนธันวาคม 2568 พร้อมติดตั้ง QR Code ที่ให้ผู้โดยสารหรือคนเดินถนนสามารถสแกนเข้าไปดูซีรีส์ได้ทันที ทำให้ซีรีส์ไม่ใช่เพียงคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม แต่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในชีวิตประจำวันของผู้คน นอกจากนี้ Viu (วิว) ยังต่อยอดการรับรู้ของผู้ชมด้วยสื่อ Out Of Home (OOH) ทั่วกรุงเทพฯ ขนาดใหญ่ใจกลางพระราม 4 ตลอดทั้งเดือนธันวาคม โดยถ่ายทอดความดุเดือดแบบเต็มเฟรม เพื่อดึงสายตาทั้งคนขับรถและผู้สัญจรให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ซีรีส์โดยไม่รู้ตัว พร้อมผสานความร่วมมือกับ Grab ในมิติของการเดินทางในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การ Takeover หน้า Home Feed, GrabCar Icon ที่ออกแบบพิเศษ และส่วนลดบริการ GrabCar Premium สำหรับ “Taxi Driver 3 แท็กซี่จ้างแค้น 3” เป็นเรื่องราวของกลุ่ม Rainbow Taxi หรือทีมแท็กซี่สายรุ้ง ที่กลับมาอีกครั้ง พร้อมภารกิจใหม่ในการเปิดโปงเหล่าอาชญากรที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของสังคม ทีมแท็กซี่สายรุ้งยังคงลุกขึ้นสู้แทนเหยื่อผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ พร้อมสร้างพันธมิตรใหม่และรับมือกับเคสที่หนักกว่าเดิม นำโดย “คิมโดกี” (รับบทโดย อีเจฮุน)...
ยิ่งใหญ่สมการรอคอย เมื่อ อกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเปิดตัว “MUJI Central World Flagship Store” ที่ชั้น 4 โซน I ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) ที่สะท้อนมาตรฐานเดียวกับ MUJI Flagship Store ในประเทศญี่ปุ่น ถ่ายทอดแนวคิด “MUJI Meets วิถีชีวิตแบบไทย” มุ่งเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับบริบทการใช้ชีวิตของคนไทย ผ่านสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการและความชื่นชอบของคนไทยอย่างแท้จริง พร้อมทำหน้าที่เป็น Global Hub ที่รวบรวมสินค้าครบทุกประเภท รองรับทั้งลูกค้าในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อีกหนึ่งไฮไลท์ของการเปิดตัวครั้งนี้คือนิทรรศการ “MUJI Meets วิถีชีวิตแบบไทย” เพื่อให้ผู้เข้าชมสัมผัสความเรียบง่ายแบบมูจิที่กลมกลืนกับวิถีชีวิตคนไทย พร้อมค้นพบไอเดียการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและสอดคล้องกับสไตล์ของตนเอง โดยรวบรวมสินค้าครบทุกหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็น สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ในบ้าน เครื่องหอม เครื่องเขียน หรือขนมมูจิสไตล์ไทย ที่จัดขึ้นบริเวณโซน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 27 – 30 พฤศจิกายน 2568 ภายในงานยังมีแฟชั่นโชว์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งความเรียบง่ายตามปรัชญาของ มูจิ (MUJI) ผ่านคอลเลกชั่นเสื้อผ้าและของใช้ในชีวิตประจำวันที่สะท้อนปรัชญาของมูจิเรื่องความสบาย เรียบง่าย และใช้งานได้จริง  พร้อมบทสนทนาเอ็กซ์คลูซีฟกับ “เขื่อน–ภัทรดนัย เสตสุวรรณ” ในหัวข้อ “Living Simply: How MUJI Inspires a Mindful Lifestyle” ที่จะชวนทุกท่านเปิดมุมมองเกี่ยวกับการใช้ชีวิตเรียบง่ายและใส่ใจ...
พบกับโลกของเรือนเวลาที่หลอมรวมจิตวิญญาณนักผจญภัยกับความคลาสสิกไว้อย่างลงตัว เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) อวดโฉมเรือนเวลา มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph) ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปทรงทีวีอันเป็นเอกลักษณ์มาพร้อมตัวเรือนสีดำเคลือบ PVD จับคู่ตัดกับสีเบจได้อย่างมีสไตล์ ในครั้งนี้ มิโด ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการผสานฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี กลไกอันเลื่องชื่อที่ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมสายนาฬิกา 2 สไตล์ตอบโจทย์ทั้งลุคทางการและนักเดินทางที่หลงใหลความท้าทายในทุกสภาพแวดล้อม มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน หลังจากที่ มิโด (MIDO) ได้นำแรงบันดาลใจจากดีไซน์ทรงทีวีสุดคลาสสิกยุค 1970 กลับมาเรียกความตราตรึงใจอีกครั้งในปี 2023 ในครั้งนี้ มิโด ได้ยกระดับคอลเลกชั่นนี้ด้วย มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph)  โดยการบรรจุฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี เป็นครั้งแรก หัวใจสำคัญของเรือนนี้อยู่ที่หน้าปัดทรงทีวีสุดคลาสสิกขนาด 42 มิลลิเมตร ที่ไล่เฉดสีจากสีเทาไปสู่สีดำราวกับการเปลี่ยนผ่านจากกลางวันสู่กลางคืน พร้อมลวดลายขัดแนวนอนที่สะท้อนแสงดึงดูดทุกสายตา เสริมความแข็งแรงด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดซาตินสลับเงา ตัวสายถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างกลมกลืน เพิ่มความมีระดับด้วยการขัดเงาที่ข้อต่อตรงกลาง พร้อมเคลือบ PVD สีดำอย่างเรียบหรู ในส่วนของเข็มชั่วโมงและเข็มนาที รวมถึงเข็มหน้าปัดย่อย สีดำถูกขัดเหลี่ยมเพชรอย่างประณีต...
1 2 3 15

About Us


We are a company which offers a full service of communication, established by a young blood team with considerably high experience.

More About Us

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Popular Post

“JOURNAL” ชวนออกเดินทางครั้งใหม่ เปิดตัว “A Love Journey Collection” จากแรงบันดาลใจ Celebrate Every Chapter of Love เฉลิมฉลองให้กับความรักทุกรูปแบบ ถ่ายทอดสู่บอดี้ออยล์ 3 กลิ่นหอมที่บันทึกทุกความรู้สึกของความรัก
August 6, 2026
Mamonde จัดงาน ‘การ์เด้น อินเดอะ ซิตี้’ สวนสวยใจกลางเมือง
May 7, 2019
‘PENFOLDS’ เปิดตัวไวน์คอลเลกชั่นใหม่ประจำปี 2018
May 9, 2019
LeTAO Café
LeTAO Café แหล่งรวมชีสเค้กและขนมหวานครบวงจรจากประเทศญี่ปุ่น
May 9, 2019
วิเชียร ฤกษ์ไพศาล, จิตติมา วรรธนะสิน, เพลินจันทร์ รุ่นประพันธ์, ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์, นพ.ธีระเกี
เปิดตัวโรงเรียนนานาชาติ Wellington College International Bangkok มาตรฐานระดับโลก
May 9, 2019
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่อย่างเหนือระดับไปกับ ‘Benz BKK Group’
May 9, 2019

My New Stories