Category

Watch & Jewelry
สัมผัสโฉมใหม่ของเรือนเวลาพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อ ทิสโซต์ (Tissot) เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมเรือนเวลาคุณภาพสูง ผ่านการเปิดตัว พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) โฉมใหม่ล่าสุดประจำปี 2026 จากคอลเลกชั่น พีอาร์ซี 100 (PRC 100) ที่เคยเปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางทศวรรษ 2000 และเป็นที่จดจำจากดีไซน์อันแข็งแกร่งและเปี่ยมเอกลักษณ์ โดยการกลับมาในครั้งนี้คือการปรับโฉมดีไซน์ภายนอกให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวขนาดใหม่ 34 มม. ผ่านเรือนเวลา 5 รุ่น ที่ยังคงถ่ายทอดภาพลักษณ์ของนาฬิกาดีไซน์เรียบเท่ในมุมมองโมเดิร์น ตอบโจทย์ทั้งสไตล์และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่มีความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด โดย พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) เป็นนาฬิกาที่ขับเคลื่อนด้วย Lightmaster Solar Quartz เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ของทิสโซต์ที่สามารถแปลงพลังงานจากทั้งแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์ให้กลายเป็นพลังงานขับเคลื่อน ผ่านการรับแสงด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ ก่อนส่งต่อสู่แผงโซลาร์เซลล์โครงสร้างระดับจุลภาคในรูปแบบรังผึ้งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรือน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับพลังงานโดยไม่กระทบต่อความสวยงามของหน้าปัด จากนั้ันพลังงานที่ได้จะถูกถ่ายทอดผ่านตัวเชื่อมต่อแบบ Zebra ไปยังกลไก F06.615 Quartz Swiss Made ที่ขึ้นชื่อด้านความแม่นยำ ก่อนถูกกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้นานสูงสุดถึง 14 เดือนในที่มืดสนิท และเพียงรับแสง 10 นาที ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนถึงแนวคิดของเรือนเวลาที่ถูกออกแบบมาเพื่อความแม่นยำ (Precise) ความทนทาน (Robust) และความคลาสสิกเหนือกาลเวลา (Classic) อย่างแท้จริง               สำหรับ พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) ขนาดใหม่ 34 มม. ที่เหมาะสำหรับขนาดข้อมือของผู้หญิง หรือผู้ที่มีขนาดข้อมือเล็ก โดยถูกออกแบบโฉมใหม่มา 5 รุ่นด้วยกัน ที่ยังคงเอกลักษณ์ของกรอบหน้าปัดทรงสิบสองเหลี่ยมอันโดดเด่นบนตัวเรือนสแตนเลสสตีล  เริ่มตั้งแต่รุ่นตัวเรือนสองสีสแตนเลสสตีลจับคู่โรสโกลด์พร้อมหน้าปัดสีขาวมุก, รุ่นตัวเรือนสีเยลโลโกลด์ทั้งเรือนและหน้าปัดสีเดียวกันที่โดดเด่นด้วยความหรูหรา, รุ่นตัวเรือนสองสีสแตนเลสสตีลจับคู่เยลโลโกลด์กับหน้าปัดสีเงิน ไปจนถึงรุ่นตัวเรือนสแตนเลสสตีลทั้งเรือนพร้อมหน้าปัดสีเทา และรุ่นหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูในตัวเรือนสแตนเลสสตีลที่ให้ลุคสดใสและร่วมสมัย นอกจากนี้ขนาด 39 มม. ก็มีการเปิดตัวโฉมใหม่เช่นกัน โดยมาพร้อม 2 ดีไซน์ ได้แก่ รุ่นหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูในตัวเรือนสแตนเลสสตีล...
พบกับอีกขั้นของการออกแบบเรือนเวลา เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) ส่งท้ายปีด้วยเรือนเวลาอันทรงคุณค่าผ่านคอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) สีใหม่ที่สะท้อนพลังความแม่นยำทางเทคนิคได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมดีไซน์ทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์  โดดเด่นด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลเคลือบ PVD  สีโรสโกลด์ที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู จับคู่กับหน้าปัดสีดำด้านและสายยางที่เสริมความสปอร์ตแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน สำหรับ มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์ (Multifort 8 Two Crowns) เฉดใหม่นี้ เป็นเรือนเวลาที่ผสานความงามและความแม่นยำไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยหน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร  ที่สะกดทุกสายตาด้วยกรอบตัวเรือนเรขาคณิตทรงแปดเหลี่ยมในโทนสีโรสโกลด์ตัดกับพื้นหน้าปัดสีดำด้าน ตกแต่งด้วยลวดลายเส้นแนวนอน เสริมความแข็งแแกร่งด้วยตัวเรือนที่ทำจากสแตนเลสสตีลขัดซาตินและขัดเงา พร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ที่ช่วยเพิ่มความเปล่งประกายอย่างมีระดับ และครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่เคลือบสารกันการสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอกเพื่อความคมชัดในการอ่านค่า มาพร้อมขอบด้านในแบบหมุนได้ที่เกิดจากการทำงานของเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา ซึ่งถูกออกแบบมาเฉพาะเป็นทรงแปดเหลี่ยมเคลือบด้วย PVD สีโรสโกลด์เข้ากันอย่างลงตัวกับตัวเรือน โดยเม็ดมะยมถูกติดตั้งไว้ 2 ตำแหน่ง ที่บริเวณตำแหน่ง 2 นาฬิกา ใช้ตั้งขอบหน้าปัดด้านในที่หมุนได้สำหรับใช้นับเวลาถอยหลัง และตำแหน่ง 4 นาฬิกา สำหรับตั้งเวลาและขึ้นลาน โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีที่ใช้เทคนิคการขัดซาตินบริเวณร่องตรงกลาง ช่วยเพิ่มมิติให้กับหน้าปัดและอ่านค่าได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) สีขาว เพื่อการอ่านค่าเวลาที่สมบูรณ์แบบทั้งกลางวันและกลางคืน ควบคู่ไปกับเข็มวินาทีที่ถูกเจียระไนพร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ โดยมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่ (Date) บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา...
พบกับโลกของเรือนเวลาที่หลอมรวมจิตวิญญาณนักผจญภัยกับความคลาสสิกไว้อย่างลงตัว เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) อวดโฉมเรือนเวลา มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph) ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปทรงทีวีอันเป็นเอกลักษณ์มาพร้อมตัวเรือนสีดำเคลือบ PVD จับคู่ตัดกับสีเบจได้อย่างมีสไตล์ ในครั้งนี้ มิโด ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการผสานฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี กลไกอันเลื่องชื่อที่ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ มาพร้อมสายนาฬิกา 2 สไตล์ตอบโจทย์ทั้งลุคทางการและนักเดินทางที่หลงใหลความท้าทายในทุกสภาพแวดล้อม มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน หลังจากที่ มิโด (MIDO) ได้นำแรงบันดาลใจจากดีไซน์ทรงทีวีสุดคลาสสิกยุค 1970 กลับมาเรียกความตราตรึงใจอีกครั้งในปี 2023 ในครั้งนี้ มิโด ได้ยกระดับคอลเลกชั่นนี้ด้วย มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph)  โดยการบรรจุฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี เป็นครั้งแรก หัวใจสำคัญของเรือนนี้อยู่ที่หน้าปัดทรงทีวีสุดคลาสสิกขนาด 42 มิลลิเมตร ที่ไล่เฉดสีจากสีเทาไปสู่สีดำราวกับการเปลี่ยนผ่านจากกลางวันสู่กลางคืน พร้อมลวดลายขัดแนวนอนที่สะท้อนแสงดึงดูดทุกสายตา เสริมความแข็งแรงด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดซาตินสลับเงา ตัวสายถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างกลมกลืน เพิ่มความมีระดับด้วยการขัดเงาที่ข้อต่อตรงกลาง พร้อมเคลือบ PVD สีดำอย่างเรียบหรู ในส่วนของเข็มชั่วโมงและเข็มนาที รวมถึงเข็มหน้าปัดย่อย สีดำถูกขัดเหลี่ยมเพชรอย่างประณีต...
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Rado ได้ฉลองการเปิดร้านบูติกของแบรนด์แห่งแรกอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้างเซ็นทรัล พาร์ค นอกจากนี้ จีชางอุค (Ji Chang-wook) ซุปเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีและแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Rado ยังมาร่วมเฉลิมฉลองกับแบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิสที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกในด้านความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ และการออกแบบที่ล้ำสมัย เสริมทัพด้วยคุณอาเดรียน บอสชาร์ด (Adrian Bosshard) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rado และยังมีสื่อมวลชนและลูกค้า VIP หลากหลายกลุ่มที่มาสร้างสีสันในงาน Rado และ จีชางอุค (Ji Chang-wook) ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในประเทศไทย พร้อมกับเสียงตอบรับที่ท่วมท้นจากแฟนๆ นับร้อยคนที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งต่างรู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบปะกับนักแสดงมากความสามารถผู้นี้ด้วยตนเอง บรรยากาศภายในงานจึงเต็มไปด้วยความประทับใจที่น่าจดจำ ประสบการณ์ของ Rado สุดดื่มด่ำที่น่าจดจำ เปิดฉากการเฉลิมฉลองด้วยการเปิดตัวร้านบูติกอย่างเป็นทางการที่ห้างเซ็นทรัล พาร์ค คุณอาเดรียน บอสชาร์ด (Adrian Bosshard) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rado เป็นประธานในพิธีนี้ เสริมทัพด้วยจีชางอุค (Ji Chang-wook)  แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกที่มาพร้อมออร่าความเป็นซุปเปอร์สตาร์ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับงานอย่างมาก นักแสดงขวัญใจประชาชนต้อนรับแขกที่มาร่วมงานด้วยการกล่าวสุนทรพจน์อันอบอุ่นก่อนที่จะร่วมพิธีตัดริบบิ้นคู่กับคุณบอสชาร์ด  และคณะผู้บริหารของ Rado ที่ประเทศไทย ดีไซน์ของร้านบูติกสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรังสรรค์ความงามสง่า งานฝีมือและนวัตกรรมของ Rado รวมถึงยังอวดโฉมเรือนเวลาสุดไอคอนิกทั้งหมดของแบรนด์ด้วย ร้านบูติกสาขาใหม่แห่งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายเครือข่ายของ Rado ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมุ่งมั่นที่จะมอบสุดยอดประสบการณ์ของ Rado ให้แก่ลูกค้าทุกท่าน การเฉลิมฉลองสุดพิเศษท่ามกลางแฟนๆ ที่ชื่นมื่นและแขกผู้มีชื่อเสียง หลังจากพิธีเปิดร้านบูติกผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแล้วแขกก็ได้รับเชิญให้เดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในงานเปิดตัวนาฬิกา True Square Open Heart x Ji Chang-wook อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเรือนเวลาของ Rado ที่ร่วมกันออกแบบกับซุปตาร์แดนโสม งานเปิดตัวครั้งนี้ได้รับเสียงปรบมืออย่างเนืองแน่นในขณะที่คุณอาเดรียน บอสชาร์ด (Adrian Bosshard) และจีชางอุค (Ji Chang-wook) กล่าวแนะนำดีไซน์ที่มีระดับด้วยตนเอง และสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณความเป็นศิลปินของนักแสดงท่านนี้และนวัตกรรมไฮเทคเซรามิกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Radoเรือนเวลาน้องใหม่ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อปและลูกค้า VIP ของ Rado ทั้งไทยและเทศ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังมีโอกาสได้กระทบไหล่จีชางอุค (Ji...
เมื่อช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปีเวียนกลับมาอีกครั้ง การมอบของขวัญที่เต็มไปด้วยความหมายคือสิ่งที่ช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขให้สมบูรณ์แบบและน่าประทับใจยิ่งขึ้น “ทิสโซต์” (Tissot) ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำสัญชาติสวิส ร่วมสร้างความทรงจำอันล้ำค่าผ่านของขวัญที่เปี่ยมด้วยความหมาย ในแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี The Gift of Time ที่คัดสรรเรือนเวลาจาก 4 คอลเลกชั่นสุดพิเศษ ได้แก่ บัลลาร์ด (Ballade) คอลเลกชั่นสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสไตล์ให้โดดเด่นมากขึ้นในช่วงเวลาพิเศษ, คลาสสิค ดรีม (Classic Dream) เรือนเวลายูนิเซ็กส์ในดีไซน์สุดคลาสสิกทว่าทันสมัย, พีอาร์เอ็กซ์ (PRX) นาฬิกาดีไซน์เรียบโก้สำหรับผู้ที่หลงใหลในสเน่ห์แห่งความวินเทจ และ พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) คอลเลกชั่นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในดีไซน์คลาสสิกร่วมสมัยอันทรงพลัง   ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่มีความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด โดยคอลเลกชั่นที่ “ทิสโซต์” (Tissot) ได้แนะนำสำหรับการเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสพิเศษในช่วงปลายปีนี้ ประกอบด้วยคอลเลกชั่น บัลลาร์ด (Ballade) หนึ่งในรุ่นดั้งเดิมจากปี 1994 ที่กลับมาในตัวเรือนทรงกลมขนาด 30  มม.และ 39 มม. ซึ่งได้รับการรังสรรค์ให้เปี่ยมด้วยความประณีตและความสง่างามยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยหน้าปัดซันเบิร์สต์ที่เปล่งประกายทุกมุมมอง ผสานขอบหน้าปัดแบบร่องที่ช่วยเพิ่มมิติความหรูหราให้เรือนเวลาได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน COSC (Contrôle official Suisse des Chronomètres) การันตีความเที่ยงตรงและคุณภาพระดับสูงตามแบบฉบับ Swiss Made พร้อมคุณสมบัติกันน้ำลึกถึง 100 ม. ต่อมาที่รุ่น คลาสสิค ดรีม (Classic Dream) ที่ถ่ายทอดเสน่ห์แห่งความเรียบหรูเหนือกาลเวลา ด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดเงา มาพร้อมหน้าปัดให้เลือกทั้งขนาด 40 มม.และ 42 มม.  หน้าปัดครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน เพิ่มความคงทนและความหรูหราในทุกมุมมอง กลไกภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ พร้อมช่องบอกวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา ผสานความคุ้มค่ากับความเรียบหรูได้อย่างลงตัวผ่านดีไซน์คลาสสิกที่สะท้อนความประณีตของงานฝีมือตามแบบฉบับ Swiss Made หน้าปัดดีไซน์เรียบง่ายอ่านเวลาได้ชัดเจน พร้อมคุณสมบัติกันน้ำระดับความลึก 50 ม. เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสง่างามในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือช่วงเวลาสำคัญ เรือนเวลานี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งรสนิยมและความมั่นใจที่คงอยู่เหนือกาลเวลาอย่างแท้จริง ถัดมาที่รุ่น พีอาร์เอ็กซ์...
สัมผัสนิยามใหม่ของนาฬิกาสไตล์โมโนโครม ที่สะท้อนความหรูหราอย่างร่วมสมัย ผสานความโมเดิร์นกับกลิ่นอายวินเทจได้อย่างลงตัว เมื่อแบรนด์นาฬิกา Swiss made ชื่อดังอย่าง มิโด (MIDO) ได้ประกาศเปิดตัวเรือนเวลาใหม่ในคอลเลกชั่น มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท ไทเทเนียม (Multifort TV Big Date Titanium) ที่ยังคงเอกลักษณ์หน้าปัดทรงทีวีสุดคลาสสิก เข้ากับการเลือกใช้วัสดุไทเทเนียมที่ให้สัมผัสเบาสบาย แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงทนทาน พร้อมโทนสีเทาเงินด้วยเทคนิคการทำสีสไตล์โมโนโครมสุดประณีต ที่เติมเต็มความมีสไตล์ให้กับผู้สวมใส่ได้อย่างลงตัว มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน สำหรับเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ล่าสุดจาก มิโด (MIDO) ในคอลเลกชั่น มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท ไทเทเนียม (Multifort TV Big Date Titanium) นำเสนอรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในทุกมิติ ผ่านวัสดุไฮเทคระดับพรีเมียมอย่างไทเทเนียม (Titanium) มาพร้อมหน้าปัดทีวีสุดคลาสสิกที่กลับมาโลดแล่นอีกครั้งเพื่อตอกย้ำความสำเร็จของ มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท (Multifort TV...
ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ของศิลปะอาร์ตเดโค (Art Deco) ทิสโซต์ (Tissot) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเรือนเวลาคุณภาพสูง ด้วยการเปิดตัวนาฬิกา เอสอาร์วี (SRV) เรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผสมผสานเสน่ห์เหนือกาลเวลาของสไตล์เรขาคณิตจากช่วงทศวรรษ 1920 เข้ากับแรงบันดาลใจจากดีไซน์วินเทจจากรุ่นปี 1975 ไว้ด้วยกันอย่างวิจิตรบรรจง และเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์เมื่อผู้หญิงเริ่มมีบทบาทในการขับเคลื่อนทางสังคมและเป็นอิสระอย่างแท้จริง               ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่มีความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด               โดยเรือนเวลา ทิสโซต์ เอสอาร์วี ได้ถ่ายทอดถึงความเปล่งประกายและเสน่ห์อันโดดเด่นของผู้หญิงยุคใหม่ ที่มีทั้งความทันสมัย เป็นอิสระ ชอบเข้าสังคม มีความเป็นมืออาชีพและกล้าที่จะแตกต่าง ผ่านการดีไซน์นาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมที่เจียระไนอย่างประณีตราวกับอัญมณีพร้อมตกแต่งด้วยกระจกมุมที่สะท้อนถึงรูปทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกความหรูหราแบบวินเทจและแฝงไว้ด้วยความเรียบเท่ที่ทันสมัย สื่อถึงความเปล่งประกายของผู้หญิงในทุกแง่มุม ซึ่งนับเป็นการยกย่องช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์เมื่อผู้หญิงเริ่มก้าวสู่ตำแหน่งสำคัญอย่างเต็มภาคภูมิ และในแต่ละดีไซน์ของคอลเลกชันยังบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ เอสอาร์วี (SRV) เป็นมากกว่านาฬิกา แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้สวมใส่กล้าที่จะโดดเด่นและเป็นตัวของตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ ทิสโซต์ (Tissot) ได้เปิดตัวแคมเปญที่นำเสนอเรื่องราวของนาฬิกาผ่านความมีสไตล์ของ อากาธ เทซซิเอร์ (Agathe Teyssier) นางแบบสาวผู้เปี่ยมด้วยบุคลิกอันน่าหลงใหล เป็นตัวแทนของความมั่นใจ ความยืดหยุ่น และใช้ชีวิตในแบบของตนเองอย่างสง่างามไร้ข้อจำกัด เอสอาร์วี (SRV) เป็นเรือนเวลาดีไซน์วินเทจเรียบหรู ที่มาพร้อมกลไกควอตซ์ EOL (End of Life) ด้วยคุณสมบัติให้ความแม่นยำสูง และมีตัวบ่งชี้สถานะพลังงานที่ช่วยให้ผู้สวมใส่เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ โดย SRV นั้นมาจากคำว่า Sapphire, Rectangle และ V ที่สื่อถึงการกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร (5 บาร์) ซึ่งเรือนเวลา เอสอาร์วี (SRV) ได้ผสมผสานความแม่นยำและความทนทานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมกับเสน่ห์ดึงดูดใจแบบวินเทจที่คงอยู่เหนือกาลเวลา สำหรับ เอสอาร์วี...
สะท้อนจิตวิญญาณของความสง่างามเหนือกาลเวลาและนวัตกรรมอันล้ำสมัย ผ่านการออกแบบที่ผสานระหว่างมรดกทางหัตถศิลป์กับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เมื่อ เบรเกต์ (Breguet) แบรนด์นาฬิกาชั้นสูงจากสวิสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 250 ปี เปิดตัวบูติคโฉมใหม่ ณ ห้างสรรพสินค้า ION Orchard ประเทศสิงคโปร์ ที่นับเป็นบูติคภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การออกแบบบูติคแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ปรากฏในสาขาสำคัญของแบรนด์ อาทิ สาขาแฟลกชิปสโตร์ที่ถนน Bahnhofstrasse ใน Zurich ด้วยการออกแบบภายในจากการใช้วัสดุอันหรูหราอย่างไม้วอลนัทดำ (American walnut) หินอ่อนโทนอบอุ่น และเส้นโค้งอันอ่อนช้อย ที่มีพรมภายในร้านประดับลวดลายกิลโยเช่ (guilloché) อย่างประณีต ขอบเฟอร์นิเจอร์สะท้อนแรงบันดาลใจจากดีไซน์ตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง พร้อมเติมเต็มบรรยากาศด้วยโทนสีฟ้า Breguet Blue ถ่ายทอดเอกลักษณ์เชิงหัตถศิลป์อันเป็นตำนาน ที่ทรงพลังและเปี่ยมความสง่างาม เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ผู้มาเยือน บูติคถูกออกแบบให้มีโซนส่วนตัวที่สงบและอบอุ่นสำหรับการสัมผัสเรือนเวลาชั้นเลิศอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดแสดงคอลเลกชั่นไอคอนิก อาทิ Classique, Tradition, Marine และ Reine de Naples รวมถึงมุมให้คำปรึกษาแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่สะท้อนปรัชญาการดูแลลูกค้าของแบรนด์อย่างแท้จริง การเปิดบูติคโฉมใหม่ครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำจุดยืนของ เบรเกต์ (Breguet) ในฐานะแบรนด์นาฬิกาที่เปี่ยมด้วยมรดกทางประวัติศาสตร์ หากยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อตอบสนองต่อผู้หลงใหลในศิลปะแห่งเรือนเวลาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโอกาสที่แบรนด์เฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งนวัตกรรม การคิดค้น และความสง่างาม เบรเกต์ (Breguet) ยังคงสืบสานวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้ง พร้อมมุ่งสู่อนาคตอย่างมั่นคงต่อไป
ยิ่งใหญ่สมการรอคอย! เมื่อ มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ ถ่ายทอดไอเดียสดใหม่ จัดงาน Prime-Time Event 2025 ครั้งสำคัญของเอเชีย พร้อมเผยโฉม มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph) เรือนเวลาที่มาพร้อมรูปทรงทีวีอันเป็นเอกลักษณ์ใน 3 ดีไซน์อันโดดเด่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ยอดนิยมในยุค 1970 ที่กลับมาอีกครั้งในปี 2023 และยังคงสร้างความประทับใจให้แก่เหล่าคนรักนาฬิกาทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ มิโด (MIDO) ได้นำเสนอความล้ำหน้าอีกขั้นด้วยการบรรจุฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี เป็นครั้งแรก ตอกย้ำความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการสร้างสรรค์นาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยในงานสุดพิเศษครั้งนี้ มร.ฟรานซ์ ลินเดอร์ (Mr. Franz Linder) ประธานบริหารแบรนด์ มิโด (MIDO) ได้เนรมิตบรรยากาศงานอันน่าประทับใจ ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อต้อนรับแขกสุดพิเศษกว่า 150 ท่านจากทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ชนินทร์ เตรัตนชัย, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, เฉลิมพล อัครภิญโญกุล, ปรีดากร เมธเกรียงชัย, ยวิษฐา กรินชัย, วิชาดา พูลผล และอีกมากมาย อีกทั้งยังมีนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง เก้า-นพเก้า เดชาพัฒนคุณ, มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร และ บี้-ธรรศภาคย์ ชี มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจในค่ำคืนแห่งความเหนือระดับนี้ มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN &...
เหล่านักสะสมนาฬิกาเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อ มิโด (MIDO) เผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุดจากคอลเลกชั่นระดับตำนานอย่าง โอเชียน สตาร์ (Ocean Star) กับรุ่น โอเชียน สตาร์ เวิลด์ไทม์เมอร์ (Ocean Star Worldtimer) ที่มาในสไตล์เรโทรสุดเท่ โดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดลายตารางหมากรุกสีดำสลับแดง และนาฬิกาเรือนนี้ยังคงเอกลักษณ์ของ โอเชียน สตาร์ (Ocean Star) อย่างครบถ้วน ด้วยประสิทธิภาพการกันน้ำลึก พร้อมฟังก์ชันแสดงเวลาโลก ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกการเดินทางรอบโลกอย่างแท้จริง เป็นอีกหนึ่งเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งการผจญภัย และควรค่าแก่การครอบครองสำหรับนักสะสม มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน คอลเลกชั่น โอเชียน สตาร์ (Ocean Star) สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกากันน้ำของ มิโด (MIDO) ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และยิ่งตอกย้ำความสำเร็จผ่านดีไซน์ใหม่ล่าสุดอย่าง โอเชียน สตาร์ เวิลด์ไทม์เมอร์ (Ocean Star Worldtimer) ที่ไม่เพียงคงไว้ซึ่งคุณสมบัติกันน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังมาพร้อมฟังก์ชันแสดงเวลาโลก ครอบคลุมเมืองสำคัญในโซนเวลา GMT ซึ่งเรือนเวลาโฉมใหม่นี้มาในสายหนังสีดำสไตล์ Bund เพื่อรำลึกถึงกลิ่นอายแห่งตำนานของนักบินในยุคก่อน และสายเรียบสีดำเดินด้ายแดง...
1 2 3 5

About Us


We are a company which offers a full service of communication, established by a young blood team with considerably high experience.

More About Us

Like Us On Facebook

Facebook Pagelike Widget

Popular Post

“Smart Clean, Soft Touch with MICELLAR Technology” ยกระดับการอาบน้ำให้เป็นสกินแคร์ เพื่อผิวชุ่มชื้นนุ่มสบายหลังอาบ ณ THANN Flagship Store ใหม่ล่าสุดย่าน “ทรงวาด”
August 6, 2026
Mamonde จัดงาน ‘การ์เด้น อินเดอะ ซิตี้’ สวนสวยใจกลางเมือง
May 7, 2019
‘PENFOLDS’ เปิดตัวไวน์คอลเลกชั่นใหม่ประจำปี 2018
May 9, 2019
LeTAO Café
LeTAO Café แหล่งรวมชีสเค้กและขนมหวานครบวงจรจากประเทศญี่ปุ่น
May 9, 2019
วิเชียร ฤกษ์ไพศาล, จิตติมา วรรธนะสิน, เพลินจันทร์ รุ่นประพันธ์, ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์, นพ.ธีระเกี
เปิดตัวโรงเรียนนานาชาติ Wellington College International Bangkok มาตรฐานระดับโลก
May 9, 2019
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่อย่างเหนือระดับไปกับ ‘Benz BKK Group’
May 9, 2019

My New Stories